Queen Of The Damned 

 

บริษัทผู้สร้าง : Warner Bros.  
ผู้กำกับ : Michael Rymer 
รายรับรวม (ภายใน/ทั่วโลก) : 33 ล้านเหรียญ / 15 ล้านเหรียญ
รายรับเปิดตัว : 14 ล้านเหรียญ 
วันแรกที่ออกฉาย : 22 กุมภาพันธ์ 2002
แนวเรื่อง : Horror
ระยะเวลาการฉาย : 1 ชั่วโมง 51 นาที 
Rating : R
ทุนสร้าง : 35 ล้านเหรียญ 

 

 

 

 

Synopsis :

...Queen Of The Damned ราชินีแวมไพร์ กระหายเลือด กล่าวถึงเรื่องราวของแวมไพร์หนุ่มรูปงาม Lestat ผู้ซึ่งหลับไหลไปนานนับร้อยปี เขาถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงดนตรีที่เร่าร้อนของวงแนว Death Rock แทนที่จะปกปิดตัวตนอย่างที่แวมไพร์ทั่วไปทำ Lestat กลับบอกความจริงและร่วมกับคนเหล่านั้นตั้งวงดนตรี The Vampire Lestat ขึ้น วงของเขาได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ Lestat ไม่เคยร่วมงานคอนเสิร์ตด้วยแม้แต่ครั้งเดียว ยกเว้นครั้งนี้ คอนเสิร์ตที Death Valley

 

..Lestat จัดงานแถลงข่าวการจัดคอนเสิร์ตแต่การให้ข่าวของเขากลับมีนัยยะท้าทายให้เหล่าแวมไพร์มารวมตัวกันที่นั่น...แม้เหล่ามนุษย์ทั่วไปจะมองว่าเรื่องเล่าของ Lestat เป็นเพียงแผนการตลาด แต่ Jesse นักวิจัยของสำนัก Talamasca กลับไม่คิดอย่างนั้นเมื่อเธอค้นพบความลับในเนื้อเพลงของ Lestat เกี่ยวกับแหล่งชุมนุมแวมไพร์ลับ ชื่อว่า Asmiral Arms ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีอยู่จริงดังนั้นแล้วเรื่องเล่าของ Lestat ก็ต้องมีมูล

...Jesse พยายามจะสืบต่อไปแต่ David หัวหน้าของเธอสั่งห้ามเพื่อไม่ต้องการให้ Jesse ต้องถลำลึกไปกว่านี้เช่นเดี่ยวกับเขา โดยเล่าเรื่องของ Marius แวมไพร์ที่เขาเคยติดตามศึกษา Marius นั้นเป็นแวมไพร์ผู้สร้าง Lestat David มอบบันทึกของเขาที่ภายในมีบทสัมภาษณ์เก่า ที่ Lestat เคยให้สัมภาษณ์เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขาเอาไว้ (น่าจะเป็นอันเดียวกับใน Interview with the Vampire)

 

...บทสัมภาษณ์เล่าว่า Lestat เป็น ขุนนางหนุ่ม ชาวฝรั่งเศส เขาถูก Marius เปลี่ยนเป็นแวมไพร์ ในตอนแรก Lestat ชื่นชอบชีวิตอมตะนี้มากแต่เมื่อรู้ว่าเขาต้องหลบอยู่ภายใต้เงามืด โดยไม่อาจสมาคมกับมนุษย์ทำให้เขาหดหู่ใจยิ่ง ด้วยความบังเอิญ Lestat ได้พบร่างของ Akasha และ ฟาโรห์ สามีของเธอที่หลับไหลมานับพันปี Akasha ยอมรับในตัวของ Lestat และยอมให้เขาดื่มเลือด เมื่อ Marius มาพบนั้น Lestat ก็ลงไปนอนเกลือกกลิ้งด้วยความทรมาณจากการดื่มเลือดของ Akasha แล้ว การที่ Aksha ให้ Lestat ดื่มเลือดทำให้ Marius เสียหน้ามากที่เขาไม่ใช่ผู้ที่ถูกเลือก แต่กระนั้นก็ยังดูไร้เหตุผลเกินไปที่เมื่อ Lestat ตื่นขึ้นมาและพบว่า Marius ได้จากเขาไปแล้ว (ดู Y มากๆ 2 คนนี้เป็นคู่เกย์กันใช่ไหมเนี่ย?) ดังนั้น Lestat จึงเลือกที่จะนิทรายาวนานมาจนกระทั้งตอนนี้

..แม้จะได้รู้เรื่องราวของ Lestat มากขึ้นแต่นั้นไม่ทำให้ Jesse เลิกล้มความตั้งใจ เธอกลับไปที่ Asmiral Arms ผับซึ่งเป็นที่ชุมชนแวมไพร์ เธอเอ่ยชื่อ Marius เพื่อป้องกันตัวจากแวมไพร์ที่กระหายอยากดื่มเลือดเธอ และมันได้ผลเมื่อ Lestat เข้ามาช่วยเธอไว้ ด้วยความอยากรู้ว่าสาวน้อยอย่าง Jesse รู้เรื่องราวของ Marius ได้อย่างไร ช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้พูดคุยกัน ทำให้ Jesse ตกหลุมรักเขา Lestat เองก็เช่นกัน

 

.. Jesse ตามเขาไปที่งานคอนเสิร์ต และร้องขอให้เขาทำให้เธอกลายเป็นแวมไพร์ Lestat โกรธที่ Jesse เพียงแค่อยากรู้เรื่องราวของแวมไพร์จนยอมที่จะเปลี่ยนตัวเอง Lestat จึงไม่ยอมกัดเธอ...ก่อนขึ้นเวทีหนึ่งวัน Lestat ได้พบกับ Marius ที่มาขอให้ยกเลิกคอนเสิร์ตเสีย แต่ Lestat ปฏิเสธไป แม้ Marius จะเตือนว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้อาจปลุก Akasha ให้ตื่นขึ้นมาและทำให้เกิดอันตรายร้ายแรง Lestat ก็ไม่สน... ...ด้วยความเป็นห่วง Lestat Jesse ตามมาที่งานคอนเสิร์ตแม้จะรู้ว่ามีอันตราย ...ในระหว่างแสดงคอนเสิร์ตเกิดเหตุขึ้นดังคาดเมือพวกแวมไพร์ที่โกรธ Lestat ที่ได้เปิดเผยความลับของเผ่าพันธุ์ เข้ามารุมจะฆ่าเขา แม้ Marius จะเข้าช่วยแต่ยังสู้กับแวมไพร์จำนวนมากไม่ไหวอยู่ดี ทันใดนั้น Akasha ที่ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงดนตรีของ Lestat ได้เข้ามาขวางและพาตัว Lestat ไปกับเธอ

 

... Akasha ให้ Lestat ดื่มเลือดเธอ เขาเข้มแข็งและกลายเป็นคนของเธอ Akasha คิดจะครองโลกและไม่หลบซ่อนตัวตนใต้เงามืดอีกต่อไป แต่ Lestat ถามกลับไปว่า โลกที่มีแต่ศพนี่นะหรือที่ท่านต้องการ? Akasha บอกกับว่าเราจะทำอะไรก็ได้ตามแต่ที่จะต้องการ หากกำจัดแวมไพร์กลุ่มที่ต่อต้านเธออยู่ นั่นคือกลุ่มของ Marius และ Maharet ผู้ซึ่งเป็นป้าของ Jesse

 

...Akasha และ Lestat บุกมาที่บ้านของ Maharet เธอยื่นข้อเสนอให้พวกเขาอย่าขวางทางไม่งั้นต้องตาย Akasha บอกให้ Lestat แสดงความภักดีต่อเธอโดยการฆ่า Jesse ซะ Lestat ลังเล แต่ Jesse ยอมตายได้เพื่อ Lestat Maharet ตัดสินใจสู้กับ Akasha แม้ว่าจะไม่อาจสู้กับอำนาจของเธอได้ก็ตาม แต่ Lestat ได้ทรยศต่อ Akasha เขาดูดเลือดเธอเกินกว่าปกติเพื่อให้เธออ่อนแอลงและเปิดโอกาสให้คนอื่นๆจัดการเธอ Maharet เป็นคนดื่มเลือดหยดสุดท้าย เธอจึงรับความตายของ Akasha เอาไว้เธอแต่เพียงผู้เดียว

...Lestat มอบเลือดของเขาให้ Jesse ที่กำลังใกล้ตาย เวลาผ่านไป Jesse และ Lestat นำบันทึกของ David กลับมาคืนสู่เจ้าของ และนั่นเป็นการบอกลาของ Jesse ต่อ David ในที่สุด Lestat ก็ได้พบคนที่จะอยู่เคียงข้างเขาไปตลอดระยะเวลาอันยาวนานนี้แล้ว

 

 

Vampires Info :

 

Vampires Origins : ในเรื่อง Queen Of The Damned เป็นตอนที่เล่าเรื่อง แวมไพร์ตนแรกพอดี (เมื่อดูจากโดยรวมของ ซีรีย์ Vampires Choronicle ของแอน ไรซ์) ซึ่งก็คือ Akasha นั่นเองเป็นราชินีแวมไพร์เกิดตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ (เก่ากว่า อเล็กซานเดอร์ คอร์วินัส ของ Underworld)

 

Transform to vampires : การเปลี่ยนเป็นแวมไพร์ในเรื่องนี้จะใช้วิธีการรับเลือดของแวมไพร์ ต่างจากเรื่องอื่นๆ ที่โดนแวมไพร์กัดก็เป็นแวมไพร์ได้ แต่อันนี้ตรงข้ามคืดคนต้องเป็นฝ่ายกัด เช่น ในฉากที่ มาเรียส เปลี่ยน เลสแตท

 

Vampires Food : แวมไพร์เหล่านี้ออกจะเป็นแวมไพร์ยุคเก่า ดังนั้นอาหารของเขาก็เป็น เลือดมนุษย์ ธรรมดาๆ เขาจะใช้วิธีการล่อลวงสาวๆ มาในที่รโหฐานแล้วดูดซะ แต่ที่น่าสนใจคือการที่สามารถไม่ดูดหมดตัวมาดูดต่อวันหลังได้อีก (เป็นผลจากที่การกัดของแวมไพร์ไม่ทำให้มนุษย์เปลี่ยนดังนั้นเรื่องนี้เลยกัดและดูดเลือดมนุษย์กันอย่างเมามัน)

 

Killing Vampires : เนื่องจากเรื่องนี้เป็นการสู้กันเองของแวมไพร์แต่มันไม่ใช่เชิงสงครามแบบ Underworld รูปแบบการต่อสู้จึงคล้ายแนว Twilight มากกว่ากล่าวคือ ใช้ศิลปะป้องกันตัวและพละกำลังอัดกันตรงๆ (Underword กับ Blade และ Van Helsing จะใช้อาวุธ) แต่พอดีว่าตัว Akasha จะคล้ายกับมีเวทมนต์เลยเสกไฟได้หรือสร้างพลังงานคล้ายๆกับรังสี UV ได้ทำให้แวมไพร์ที่โดนเข้าไปจะมอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน

 

อีกวิธีคือการดูดเลือดของแวมไพร์ด้วยกันกันเอง ดูดให้หมดตัวแวมไพร์นั้นก็จะตาย (สลายไป)

 

Trailer :

 

 

 

 

Original Soundtrack :

 

Queen Of The Damned  OST

 

 

Source แหล่งข้อมูล :  

 

Related Link :

Comment

Comment:

Tweet

อิอิ

เรื่องนี้ชอบมากอ่ะ

เพราะเอกลึกลับดีอ่ะ

อิอิ

ชอบดีนะ

แต่นางเอกนี่สิ

พอเป็นแวมทีก็กลายเป็นคนละคน

เลยอดสงสัยไม่ได้ว่า

เวลาเปลี่ยนเป็นแวมแล้วจะกลายเป็นคนละคนจิงหรอ

จะไม่มีความรู้สึกเดิมแล้วหรอ?

#3 By (58.8.44.79) on 2009-07-12 15:00

เคยดูเรื่องนี้แล้วค้า big smile

อาคาชาเลื้อยยั่งกะงู =_=" แต่ไม่ค่อยเซะซี่เท่าไหร่ เพราะความรู้สึกข้าน้อย ข้าน้อยคิดว่า เธอหน้มหนมเล็กไปจึ๋งนึง sad smile

แต่พระเอกก็แจ่มเจ้าค่ะ แต่ดูแลวคิดถึงโฟรโด เดอะลอร์ดไปด้วยอ่ะ wink

#2 By unknow on 2009-06-01 19:48

หนูโซล....ป้าชอบๆฟังเพลงมากอ่ะ...งั้นเพิ่มost.ของtwilightเข้าไปด้วยดิ...เวลาป้าเข้ามาอ่านต่อจาได้ฟังเพลงไปด้วยเหอๆ...ปลื้มหนูโซลสุดๆนะ...ยิ่งเพลงตอนเจ้าเอ็ดกะนังหนูเบลล์เต้นรำกันยิ่งชอบๆ....ฟังและอยากโดดกัดคอลูง55

#1 By เนปจูน (124.121.115.99) on 2009-05-16 13:04

Recommend