Translate

กลับมาลงต่อแล้วจ้าหลังจากขี้เกียจอยู่นาน จนมีใครหลายคนอยากกระโดดกัดคอโซลจะแย่แล้วสำหรับความล่าช้า ที่โซลก็งงๆนะ มาติดอะไรขนาดน้านนนนนน ก็แหมหนังสือก็อ่านไปเป็นสิบรอบแล้วมั้งมาอ่านสคริปต์อีกเนื้อเรื่องก็เหมือนเดิมไม่เบื่อกันหรือจ้ะ?

 

ที่ถามแบบนี้ไม่ได้ประชดเลยนะ สงสัยจริงๆค่ะ

 

ไม่เป็นไรรออ่าน ก็แปลต่อจ้า~ 

 

The Twilight Saga : Eclipse

Blue Draft Scripts แปลไทย ตอนจบ 

 

ในทางเดินกลางป่ายามเช้า ภาพจับอยู่ที่นิ้วไร้ร่องรอยแหวนเพชรวงงามที่ควรจะอยู่ตรงนั้น ที่จุดปลายนิ้วเรียวหยดเลือดสีแดงสดผุดขึ้นมา ภาพขยายกว้างออกมาให้เห็นเบลล่าที่แตะแต้มนิ้วมือเปื้อนเลือดไปบนต้นไม้ใบไม้ในบริเวณนั้น ลมหนาวพัดแรงผ่านร่างเธอ ขณะที่ผืนฟ้าเบื้องบนนั้น เมฆมืดครึ้มส่อเค้าถึงสภาพอากาศชัดเจน เบลล่ายังคงสร้างร่องรอยของเธอต่อไป

 

จนกระทั่งเดินเข้ามาสู่ลานโล่ง เธอแตะต้นไม้อีกต้นในลาน เมื่อตอนที่เอ็ดเวิร์ดปรากฏตัวขึ้นเบื้องหลังเธอ  

 

'นี่คุณเล่นสนุก ออกทะเลเกินไปหน่อยแล้วล่ะ'

'มันเป็นเรื่องเดียวที่ชั้นพอจะจัดให้ได้ ชั้นก็อยากทำมันให้ดีที่สุด' 

'แจสเปอร์ต้องประทับใจมาก แล้วพวกเกิดใหม่คงจะคลั่งแน่ แต่ตอนนี้ให้ผมทำแผลให้คุณก่อนเถอะ'

 

เอ็ดเวิร์ดพูดเสร็จก็เอื้อมมือมาหา เบลล่าชักมือหนี อย่างเป็นกังวล---

 

'ชั้นทำเองได้ค่ะ คุณไม่ต้องทำให้ตัวเองต้องลำบากอย่างนั้นก็ได้'

'อย่ากังวลเลย เลือดคุณไม่ได้รบกวนจิตใจผมอีกต่อไปแล้ว'

'--?! ตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ?'

 

-- เอ็ดเวิร์ดทำแผลที่มือให้เบลล่าขณะตอบ

'ก็นับตั้งแต่ผมรู้ว่าคุณได้ตายจากผมไปแล้ว'

 

เอ็ดเวิร์ดยังกุมมือเธอเอาไว้ขณะมองเธอด้วยดวงตามีประกายคำถาม

'คุณ...ไม่ได้สวมแหวน?' เอ็ดเวิร์ดตั้งข้อสังเกตุ

เบลล่าอึกอัก 'ชั้น...กลัวทำมันหายค่ะ'

'....หรือ ... กลัวว่าเจคอบจะเห็น?'

'คือ...ชั้นว่ามันคงจะดีกว่า หากชั้นเป็นคนบอกเขาเอง เข้าใจใช่ไหมคะ แบบว่า ... ทีหลังน่ะ ... หลังจากการต่อสู้พรุ่งนี้' 

'หากว่าคุณจะเปลี่ยนใจ---'

'ไม่ค่ะ! ชั้นแค่ไม่อยากให้เขาต้องมีเรื่องให้คิดมาก--'

 

' ... "ใคร" คิดอะไรมาก?' เจคอบแทรกถามขึ้น

 

ทั้งสองหันขวับไปยังต้นเสียง เห็นเจคอบกำลังข้ามทุ่งโล่งมาหา

'ไม่มีใครนี่!' เบลล่ารีบปฏิเสธทันควัน

 

สองหนุ่มพยักหน้าให้กันแบบแข็งๆ เป็นเชิงทักทาย เจคอบเงยหน้ามองดูท้องฟ้าเมฆครึ้มฝน เอ็ดเวิร์ดทำตาม

'อลิซบอกว่าพายุจะเข้าคืนนี้'

'ชั้นก็รู้สึกได้เหมือนกัน เราต้องรีบแล้ว' เจคอบรับ

'ผมจะไปเส้นที่อ้อมกว่า แต่คงไปถึงได้ก่อน ผมจะตั้งแค้มป์ไว้รอ'

 

เจคอบพยักหน้ารับรู้ เอ็ดเวิร์ดหันมาหาเบลล่า มองหน้าเธอนิ่งนาน เพื่อค้นหาความไม่แน่ใจหรือความมั่นใจจากเธอ สุดท้ายเขาก็จุมพิตลงที่หน้าผากของเธออย่างอ่อนโยน

'แล้วพบกัน ในอีกไม่กี่ชั่วโมง'

เอ็ดเวิร์ดบอกก่อนจะแบกเป้และสัมภาระอื่นๆขึ้นบ่าแล้ววิ่งจากไป เจคอบยังจับตาอยู่ที่เบลล่าไม่วาง

 

'มีอะไรอีกล่ะ?' เจคอบถาม

'เรื่องเดิมๆ...แวมไพร์กลุ่มใหญ่ ล่าล้างหมายหัวชั้น' เบลล่ากล่าวกลบเกลื่อน

'ซ้ำซาก จำเจเนอะ' เจคอบเห็นด้วย

 

ทั้งสองส่งยิ้มให้กันแบบขำๆ แล้วเจคอบก็ให้เบลล่าขึ้นมาเกาะหลังเขา

 

เวลาเดียวกันนั้นไรลี่ย์ได้นำกองทัพแวมไพร์ ฝ่าเข้าไปในลานตัดไม้ร้างไร้ผู้คน พวกมันเคลื่อนที่ช้าๆ กระโจนข้ามไปบนกองท่อนซุงกองแล้วกองเล่ามุ่งหน้าไปทางริมน้ำ เมื่อมองไปที่สาวน้อย บรี เธอมีสีหน้ากังขาลังเลใจอยู่ไม่น้อยเลย

 

ตัดมาที่ป่า เจคอบที่แบกเบลล่าขึ้นหลังมา กำลังวิ่งเหยาะๆลัดเลาะไปตามราวป่า หนุ่มร่างบึกแบกเบลล่าด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับเบลล่าหนักประหนึ่งเป้สะพายหลังสักใบเท่านั้น ขณะที่เบลล่าเกาะหลังเพื่อนหนุ่มด้วยสีหน้าเป็นกังวลอยู่ไม่สร่าง

 

ตกบ่าย ณ ชายหาดที่มืดครึ้ม ไรลีย์ผุดโผล่ขึ้นมาจากกลางทะเลเคลื่อนที่เข้าหาฝั่ง เนื้อตัวเปรอะเปื้อนด้วยดินโคลนและเปียกโชกไปทั้งตัว แต่ความหนาวจากลำน้ำเย็นเยือกหาได้รบกวนเขาไม่ ชายหนุ่มก้าวยาวๆมุ่งหน้าสู่ป่าทึบเบื้องหน้าอย่างไม่ลังเล แวมไพร์เกิดใหม่ตนอื่นๆ ผุดโผล่จากน้ำทยอยติดตามเขาขึ้นมาเรื่อยๆ เร่งฝีเท้าติดตามไรลี่ย์มุ่งเข้าป่าไป จากก้าวยาวๆ ไปสู่การวิ่ง เร็วขึ้นๆ --- พวกมันคือกองทัพที่ไม่มีผู้ใดจะหยุดยั้งมันได้

 

เวลาเดียวกันนั้นเจคอบแบกเบลล่าปีนขึ้นเขาสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนตำค่ำเจคอบจึงพาเบลล่าขึ้นมาถึงยอดเขา ที่ซึ่งเอ็ดเวิร์ดตั้งแค้มป์กางเต้นท์รออยู่ บนยอดเขา หิมะเริ่มพร่างพรมลงมากบางเบา สายหนาวยะเยือกพัดแรง เจคอบผ่อนตัวเบลล่าลงกับพื้น เอ็ดเวิร์ดมีสีหน้าโล่งใจ เมื่อได้เห็นเบลล่ามาถึงที่หมายจนได้ ชายหนุ่มตรงเข้ามาสวมกอดคนรักเอาไว้อย่างหวงแหน 

 

'ขอบคุณ' เอ็ดเวิร์ดกล่าวกับเจคอบ

เจคอบไม่ตอบแค่พยักหน้ารับ เบลล่าหันมาพูดกับเพื่อนสนิท

 

'เธอควรรีบกลับบ้านนะ ก่อนที่พายุจะเข้า' 

'ชั้นจะอยู่ที่นี่ พวกนายต้องการชั้นเอาไว้ติดต่อเชื่อมโยงกับฝูงเพื่อติดตามเหตุการณ์เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น'

เอ็ดเวิร์ดไม่ตอบ สีหน้าไม่เต็มใจแต่เขาก็ต้องรับว่าเจคอบพูดถูกในเรื่องนี้

 

'เธอจะไม่...ไปรบแล้วหรือ?' เบลล่าเอ่ยถามอย่างมีหวัง

'เซ็ธจะมาประจำตำแหน่งนี้แทนชั้น ตอนรุ่งสาง เขาไม่ชอบใจนักที่ต้องพลาดการต่อสู้นัดนี้ แต่นั้นจะช่วยกันเขาให้อยู่ห่างจากเรื่องยุ่งยากได้'

 

เอ็ดเวิร์ดลอบสังเกตุเห็นความผิดหวังในสีหน้าของเบลล่าที่ได้ยินดังนั้น แต่ชายหนุ่มทำทีเฉยๆไม่แสดงออก นำเบลล่่ามุ่งหน้ามาที่เต้นท์

'ผมว่าคุณเข้าไปข้างในก่อนเถอะ'

ตกดึก ลมหนาวยังคงพัดแรงปะทะเข้ากับผ้าใบเต้นท์ แสงจากตะเกียงที่เปิดไว้ในเต้นท์ส่องสว่างออกมา ภายในเบลล่านอนคุดคู้อยู่ถุงนอน พร้อมกันนั้นหญิงสาวยังแต่แต่งองค์ครบชุดด้วยเสื้อกันหนาวหลายชั้น แต่กระนั้นเบลล่ายังคงนอนตัวสั่นจนได้ยินเสียงฟันกระทบกันไม่ขาด

 

'ผมน่าจะเลือกตั้งแค้มป์ให้อยู่ต่ำกว่านี้' เอ็ดเวิร์ดกล่างโทษตนเอง

'ชั้น..มะ--ไม่--เป็นไร....ชั้น -- อะ---เค'

'ผมจะสามารถทำสิ่งใดเพื่อช่วยคุณได้ เบลล่า?'

 

เบลล่าไม่ตอบ แค่เพียงส่ายหัวไปมา ขณะที่เอ็ดเวิร์ดได้แต่เฝ้ามอง คนรักนอนทรมาณเพราะความหนาวด้วยสายตาสุดแสนทุกข์ระทม ทันใดนั้นซิปของประตูเต้นท์ถูกรูดลงมาอย่างแรง เผยให้เห็นดวงหน้าของเจคอบที่อยู่เบื้องหลัง

'ชั้นนอนไม่หลับหรอก หากยังมีเสียงฟันกระทบกัน สั่นกึกๆอยู่อย่างนี้!'

เจคอบมุดเข้ามาในเต้นท์ เอ็ดเวิร์ดที่ได้ยินความคิดของเจคอบรีบพูดทันทีว่า

'ลืมไปได้เลย'

 

-*- จะรับเวอร์ชั่นภาพยนต์ไม่ได้ก็ตรงนี้แหละ ทำไมเขียนบทให้พี่เอ็ดกลายเป็นชายขี้หึงเห็นแก่ตัวขนาดนี้อ่ะคะ? ไม่เข้าใจหรือไงว่าที่พี่เอ็ดได้ใจสาวๆ ไปก็เพราะความดีเลิศเกินคนของเขาอ่ะ? พี่เอ็ดของช้านนนนนนนนน

 

'สักวันเธออาจต้องการนิ้วเท้าของเธอไว้ใช้ และก็นะ นายต้องยอมรับแล้วล่ะว่า --- ชั้นมันร้อนแรงกว่านาย!'

 

เจคอบไม่รั้งรอ คลานเข้าไปหาเบลล่าเอ็ดเวิร์ด เอ็ดเวิร์ดเอื้อมมือคว้าไหล่เจคอบไว้ในทันที เจคอบแยกเขี้ยวขู่ ---

 

'ปล่อย .. มือแก ... จากชั้น ..เดี๋ยวนี้!'

'ก็เก็บ ... มือแก ... ให้ไกลจากเธอสิ!'

'ยะ..อย่า..ทะเลาะ...กัน' เบลล่างึมงำห้ามพวกเขา 

 

เอ็ดเวิร์ดได้สติเมื่อมองเห็นความทรมาณที่เบลล่ากำลังได้รับ เขาละมือจากเจคอบ (อ่านฉากนี้แล้วเหมือนในตำนานของกษัตริโซโลมอน เรื่องการตัดสินคดีหญิงสองคนแย่งบุตร) 

เจคอบยังมองเอ็ดเวิร์ดหน้าเครียด

 

'เธอกำลังป่วย มันขึ้นอยู่กับนายแล้ว'

เอ็ดเวิร์ดคิดหนัก ก่อนจะพยักหน้าตกลง เจคอบคลานเข้าข้างกๆถุงนอนของเบลล่า

 

'เธอจะตัวอุ่นเร็วขึ้นนะ ถ้าเธอยอมถอดเสื้อผ้าออก'

'- เจ -' เบลล่าครางพยายามจะเรียกชื่อพ่อตัวแสบ เป็นเชิงปราม (ได้คืบจะเอาศอกนะแกเนี่ย ) 

 'เฮ้! นี่มันอยู่ใน วิชา "สุขศึกษา 101" ไง'

 

เอ็ดเวิร์ดคำรามรอดไรฟัน แต่ก็รีบมองดูเบลล่าที่มีอาหารสั่นลดลงในทันทีที่ได้รับไออุ่นจากเจคอบ เมื่อมองดูเอ็ดเวิร์ด ความริษยาฉายชัดอยู่ในดวงหน้าเขา 

 

 ล่วงเข้ายามดึก เบลล่าตอนนี้นี้นอนหลับไปแล้วอย่างไม่มีอาการหนาวสั่นอีกต่อไปเมื่อได้หลับอยู่ในอ้อมกอดของเจคอบ ขณะที่เจคอบยังคงนอนกอดเธอนิ่งๆ อยู่เบื้องหลังเธอ เผชิญหน้ากับเอ็ดเวิร์ดที่นั่งอยู่ด้านหนึ่ง

 

'ช่วยกันเธอออกไปจากฝันหวานของนายหน่อยเถอะ ไม่งั้นชั้นกับนายต้องได้มีเรื่องกันแน่'

'นี่แหละเป็นค่าตอบแทนที่แกต้องจ่าย สำหรับที่เข้ามาวิ่งเล่นในหัวชั้น'

'เชื่อเหอะ ถ้าเตะนายออกไปจากสมองได้ ชั้นคงทำไปแล้ว'

'นี่คนอย่างชั้นกวนน้ำแข็งอย่างแกให้ขุ่นได้จริงๆใช่ไหมเนี่ย? หรือไง? หรือแกชักไม่มั่นใจในตัวเธอแล้ว?'

 

เบลล่าเพยอเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย แต่ชายหนุ่มทั้งสองไม่ได้รู้เลยว่าสาวคนกลางอย่างเธอตืนขึ้นมาแล้ว เอ็ดเวิร์ดไม่ตอบ เจคอบสบถ

 

'เยี่ยม! วิ่งเล่นอยู่ในหัวชั้น ได้เล้ย! ... แต่ถ้าให้ชั้นได้รู้เรื่องของแกน่ะเรอะ?... เฮอะ อย่าหวังเลย!?' เจคอบกล่าวเย้ยหยัน 'นี่ ชั้นรู้นะว่าเธอรักแก --'

' -- รู้ก็ดีแล้ว -- ' เอ็ดเวิร์ดรับคำ ขัดจังหวะเจคอบ  

แต่นายตัวแสบไม่หยุดกล่าวต่อจนจบ

'--- แต่เธอก็รักชั้นเหมือนกันโว้ย! เธอแค่ไม่ยอมรับกับตัวเธอเองเท่านั้น'

 

เอ็ดเวิร์ดถอนใจหนักหน่วง

'ชั้นไม่อาจบอกได้หรอก แม้ว่านายจะคิดถูกก็ตาม'

''งั้นขอชั้นถามอะไรแกอย่างสิ หากว่าเธอจะเลือกชั้น ---'

'เธอไม่มีวันหรอก ---'

'-- หากว่า น่ะ หากว่าเธอเลือกชั้น แล้วแกจะฆ่าชั้นไหม?'

เบลล่าเองก็กลั้นใจรอฟังคำตอบเช่นกัน

 

'เป็นแนวคิดที่น่าสนใจ แต่ชั้นไม่มีวันทำร้ายเธอเช่นนั้นแน่'

'ไม่ทำร้าย! แกก็แค่จะเปลี่ยนเธอให้กลายเป็นปีศาจกระหายเลือดเหมือนแกก็แค่นั้น'

'ชั้นไม่ต้องการอย่างนั้น ไม่มีวัน'

'งั้นก็หยุดเธอสิ!'

'ชั้นพยายามแล้ว ตั้งแต่แรกชั้นพยายามเสมอมา เริ่มจากความหวังที่จะทำให้เธอแยกตัวไปจากชั้น เพื่อให้เธอเลิกสนใจชั้น แต่นั่นก็ไม่ได้ผล'

'แกยอมแพ้เร็วไปต่างหาก'

'ดังนั้นชั้นเลยตั้งใจว่าจะอยู่กับเธอ ตลอดชั่วชีวิตอายุขัยตามธรรมชาติของเธอ แต่โลกของชั้นมันอันตรายเกินไปสำหรับเธอที่เป็นมนุษย์ ดังนั้นชั้นเลยพาตัวเองออกไปจากชีวิตเธอ'

'รู้ล่ะ จำได้อยู่'

'ชั้นพยายามบังคับให้เธอปล่อยชั้นไป แต่มันก็เกือบจะฆ่าเราทั้งคู่  ดังนั้นมันก็เหลือทางเดียว คือ ทำในสิ่งที่ เธอต้องการ ... '

'หรือที่ "คิด" ว่าเธอต้องการ '

 

ขณะนั้นเบลล่าเริ่มที่จะหนังตาตกและผล็อยหลับไปอีกครั้ง 

 

'กลับที่ทางเลือกที่ 3  หากว่าแกให้เวลาเธออีกสักหกเดือน เธอคงโอเคแล้ว แค่ให้เวลาชั้นอีกสักหน่อย นายลองคิดก็จะรู้ว่าชั้นจะเหมาะสมกับเธอมากกว่าแก'

 

'ชั้นใคร่ครวญในเรื่องนั้น ชั้นรู้ว่านายสามารถปกป้องเธอได้ แต่ยังสามารถมอบชีวิตชีวาให้กับเธอได้ ชีวิตมนุษย์อย่างที่เธอควรได้รับ ชั้นก็ปรารถนาให้เธอได้รับมัน แต่ชั้นจะไม่ฝืนใจเธอในเรื่องใดอีกต่อไปแล้ว'

 

เจคอบถอนใจที่ได้ฟังอย่างนั้น 

 

'ขอบใจ...ที่ให้ชั้นได้มีโอกาสได้รู้ใจแกบ้าง' เจคอบกล่าว  

 

'ชั้นเดาว่า ชั้นคงรู้สึก...ซาบซึ้งกระมัง ในคืนนี้ สำหรับที่มีนายอยู่ในชีวิตของเธอ .... ที่จริง หากว่าในความเป็นจริงพวกเราไม่ได้เป็นศัตรูกันตามธรรมชาติ ... และหากว่านายไม่ได้พยายามช่วงชิงเหตุผลของการดำรงอยู่ของชั้น ชั้นอาจจะ ... ชอบนาย  ก็เป็นได้'

 

'เอิ่ม..ก็นะ หากว่าแกไม่ได้ตั้งใจจะดูดชีวิตไปจากผู้หญิงที่ชั้นรักแล้วล่ะก็ ... ชั้นก็อาจจะ.... -- ฮึ้ยส์ ไม่อ่ะ ... ไม่มีทางซะล่ะ'

 

เอ็ดเวิร์ดหัวเราะขำที่คนอย่างเจคอบเกือบที่จะสารภาพรักกับเขา ขณะที่ตอนนั้นสาวเจ้าที่เป็นตัวการในกรณีพิพาท หลับปุ๋ยไม่รู้เรื่องรู้ราวไปแล้ว

 

'ยังมีโอกาสอยู่รู้ไหม เธอยังเปลี่ยนใจได้' เจคอบพูดอย่างมีหวัง

'ซึ่ง...ชั้นก็จะยอมปล่อยเธอไป' เอ็ดเวิร์ดยอมรับ

 

ยามเช้าพายุที่มีตลอดทางคืนหยุดลงแล้วภายนอกเต็นท์ยังมีหิมะปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ เบลล่าตื่นขึ้นมาโดยลำพังในเต้นท์ที่ว่างเปล่า โดยประตูเต้นท์เปิดอยู่ เมือเธอออกมาจึงพบหมาป่าตัวใหญ่นั่งอยู่ไม่ห่าง เบลล่าทักทายเขา ซึ่งน่าจะเป็นเซ็ธเด็กหนุ่มจากลาพุช

 

'เจคอบไปไหนล่ะ เขาออกไปแล้ว?---'

'ยังครับ'

 

เสียงเอ็ดเวิร์ดเป็นผู้ตอบแทน เบลล่าหันขวับไปเห็นชายหนุ่มละจากริมผาเดินกลับมาหาเธอ

 

'เขาไปลาดตระเวณเพื่อให้แน่ใจว่าทแถวนี้ปลอดภัยก่อนที่จะ