Vampires

วันนี้เรามาคุยกันเรื่องแฟชั่นแบบแวมไพร์ๆ กันหน่อยดีไหมคะสาวๆ

 

Vampire's Fashion 

 

สาวๆที่ติดตามนวนิยายแนวแวมไพร์อาจเคยได้ยินคำว่า "หนุ่ม-สาว ชาวก็อธ(โกธ)" ที่ผู้เขียนมักไม่อธิบายความมาก นอกจากว่าเราจะบอกว่าเป็นวิถีการแต่งกายแบบหนึ่งเท่านั้น

 

แต่ถ้าหากคุณๆ ทั้งหลายได้ดูภาพยนต์และละครที่เกี่ยวข้องกับพวกเรื่องเหนือธรรมชาติ (อาทิ แวมไพร์ ภูติผี หรือ แม่มด) มาบ่อยๆ ก็คงพอเดาออกว่าการแต่งการของ "หนุ่ม-สาว ชาวก็อธ" เขาแต่งกันยังไง

 

ตัวแม่ด้านการแต่งตัวสไตล์นี้ก็ไม่พ้น หนู "Amane Misa or Misa Misa" จากภาพยนต์ที่สร้างมาจากหนังสือการ์ตูนชื่อดัง "Death Note"  

 

มิสะ อนิเมะ       /         มิสะ ภาพยนต์        /         คอสเพลย์ มิสะ

 

ตัวอย่างอื่นๆ

 
ตระกูลผี Adam's Family               4 สาวแม่มด The Craft
 
 
 
History of Goth and Gothic Subculture
 
 
เสื้อผ้าแนวนี้มีปรากฏอยู่หนังและละครเหล่านี้อยู่ใน วัฒธรรมโกธิค (Gothic Subculture) ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่มีต้นกำเนิดในอังกฤษในยุค 1980 โดยเชื่อว่าได้รับอิทธิพลมาจากวรรณกรรมโกธิคที่เฟื่องฟูอยู่ในศต. 19 วัฒนธรรมนี้มักแสดงออกผ่านทางวงดนตรีแนวโกธิคร็อคและแฟชั่น

 


ภาพวาด นักรบชาวกอธ[1]
คำว่า ก็อธ หรือ โกธ (Goth) นั้น เป็นหนึ่งในกลุ่มชนเยอรมันนิกตะวันออกเผ่าหนึ่งที่อพยพลงมาจากดินแดนหนาวเย็นในแถบสแกนดิเนเวีย เข้ามารุกรานและตั้งถิ่นฐานในภาคพื้นยุโรปในช่วง 600-300 ปีก่อนคริสตกาล ชนเผ่าเหล่านี้ถือเป็นพวก "คนเถื่อน หรือ barbarian" ที่เข้ามารุกรานยุโรปและอาณาจักรโรมันในสมัยต่อมา
 
ชาวก็อธนั้นต่อมาภายหลังได้พ่ายแพ้แล้วถูกผนวกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโรมัน ชนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มแรกๆที่เปลี่ยนความเชื่อของพวกตนเข้าสู่คริสตศาสนาและต่อมาได้ต่อต้านเทพเจ้าเพแกนของโรมันและมีบทบาทสำคัญในการล่มสลายของอาณาจักรโรมันในกาลต่อมา  

 

 

ในช่วงราวศต. 12-15 อันเป็นช่วงเวลาในยุคกลางของยุโรป ภายหลังจากโรมันตะวันออกถูกโจมตีโดยพวกอาหรับ พระสันตะปาปาได้ระดมกำลังชาวคริศต์เข้าร่วมสงครามครูเสดครั้งที่ 1ได้เปิดศักราชแห่งยุคมืคของยุโรป ศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ยุโรปอันมีศูนย์กลางความรุ่งเรื่องอยู่ในฝรั่งเศสในยุคนี้ถูกขนานนามโดย นักวิจารณ์สมัยเรอเนซองค์ว่าเป็น "ศิลปะโกธิค" (Gothic art) อันเป็นผลงานของพวกชาวกอธ แฟรงค์ ลอมบาร์ค สลาฟ และแซกซอน ซึ่งต่างเป็นชนเผ่าป่าเถื่อน ไร้ความเจริญทางศิลปวิทยาการ ประการสำคัญ เป็นชนเผ่าที่ทำลายจักรวรรดิโรมันและถึงพร้อมด้านศิลปวิทยาการ[2]


วิหาร นอตเธอดาม ในฝรั่งเศส
 
 
เนื่องจากศิลปะโกธิค มีกำเนิดในสมัยยุคกลาง ที่เกี่ยวพันเชื่อมโยงกับ คริสตจักร สงครามและเรื่องลึกลับที่ครอบงำวิถีชีวิตคนในยุคนั้น ทั้งในปลายยุคกลางยังเป็นสมัยที่มีลัทธิล่าแม่มด และความหวาดกลัวในเรื่องเหนือธรรมชาติแพร่หลายไปทั่วยุโรป ทำให้ คำว่า "โกธิค" จึงมีภาพลักษณ์ที่ทำให้นึกถึง ความดิบ เถื่อน โหดร้าย น่ากลัว และเรื่องเหนือธรรมชาติ ไปโดยปริยาย

 

  
    แดร็กคิวล่า           เจน แอร์          แฟรงเกนสไตน์

 

ในปลายศต.ที่ 18 ในแวดวงวรรณกรรมได้มีงานเขียนแนวใหม่ ที่เขียนโดยนักเขียนชาวอังกฤษชื่อ Horace Walpole ในปีค.ศ. 1764 ได้เขียนและตีพิมพ์นิยายเรื่อง The Castle of Otranto ซึ่งเป็นนวนิยายแนวสยองขวัญ นิยายโกธิคที่มีตามมาจึงมีแนวทางแบบเดียวกันนี้ โดยมีเรื่องราวและฉากหลัง เกียวข้องกับ แวมไพร์ ภูตผี แม่มด และคำสาปอาถรรพ์ ที่ลึกลับน่ากลัวในยุคมืด โดยนวนิยายแนวนี้ที่โด่งดังทีสุดในยุคคือ นิยายที่ประพันธ์โดย บาร์ม สโตกเกอร์ เรื่อง Dracula (1897) นั่นเอง นอกจากนี้ นักประพันธ์นวนิยายแนวโกธิคมีชื่ออื่นๆ ตัวอย่างเช่น ลอร์ด ไบรอน (แมนเฟร็ด,ดอนฮวน) , มารี เชลลี่ (แฟรงเกนสไตน์) , ชาร์ร็อตต์ บรองเต้ (เจน แอร์)

 

ในช่วงยุคสงครามปฏิวัติอเมริกา ก็มีนักเขียนชื่อ Washington Irving เขียนเรื่อง The Legend of Sleepy Hollow (1820) ทำให้ความดำมืดของแนวทางแบบโกธิคได้เริ่มแพร่หลายในวัฒนธรรมของอเมริกา จากนวนิยายได้แพร่หลายไปสู่ดนตรีและเกิดเป็นวัฒนธรรมที่แพร่หลายเรื่อยมาในวงสังคมกลุ่มหนึ่ง ยิ่งเมื่อมีการพัฒนาการสื่อสารเริ่มมีการสร้างภาพยนต์ นิยายแนวสยองขวัญโกธิคก็ได้ถูกพัฒนามาเป็นภาพยนต์ที่แพร่หลายมากยิ่งขึ้น

  

วง Bauhaus และ ซิงเกิล Bela Lugosi's Dead

 

เมื่อโทรทัศน์เข้ามามีบทบาทในสังคมมากขึ้น ภาพยนต์และละครแนวโกธิคเผยแพร่ออกไป ภาพยนต์ Dracula ที่รับบทโดย Béla Lugosi (1931) ก่อให้อิทธิพลอย่างใหญ่หลวงต่อวัฒนธรรมโกธิค เมื่อ Bauhaus วงดนตรีสร้าง "Bela Lugosi's Dead" (1979) กลายเป็นตัวแทนวงดนตรีแนว โกธิค เดธร็อค และก่อให้เกิด วัฒนธรรมย่อยโกธิค (Gothic Subculture) ของกลุ่มคนที่ชื่นชอบในวงดนตรีร็อคแรงๆ ที่ดิบเถื่อน และลึบลับ ขึ้นเป็นครั้งแรก และวัฒนธรรมย่อยนี้ได้ดำรงอยู่และแตกแขนงแผ่ขยายออกไปในหลายๆประเทศทั่วโลก

 

ผู้คนที่อยู่ในกลุ่มวัฒนธรรมโกธิค นอกจากนิยมใน วงดนตรีแนวเพลงแบบ โกธิค เดธร็อค และภาพยนต์ละครแนวโกธิคสยองขวัญ พวกเขายังแสดงออกโดยการแต่งกายในแนวโกธิคและพังค์ ซึ่งแฟชั่นแนวโกธิคได้มีพัฒนาการและแตกแขนงออกไปในหลากหลายรูปแบบดังจะกล่าวต่อไป ดังนี้

 

Gothic fashion  

แฟชั่นแนวโกธิค จะเน้นไปที่สีดำเป็นหลัก ทั้งเสื้อผ้าและการแต่งหน้าำทำผม แต่ในรายละเอียดที่เพิ่มเติมขึ้นก็มีผลทำให้แตกแยกย่อยแฟชั่นสไตล์นี้ออกไป

ผู้เขียนพยายามจะแสดงให้เห็นถึงรูปแบบของแฟชั่นสไตล์นี้ แต่จากที่ค้นคว้ายังไม่พบแหล่งข้อมูลใดที่แบ่งแยกรูปแบบของสไตล์นี้เอาไว้เด่นชัด ดังนั้น ผู้เขียนจึงเขียนด้วยความเข้าใจและการค้นคว้าที่มี ดังนี้

 

  • Classic Gothic Style

เป็นแนวการแต่งตัวที่เีรียกว่า "Neo-Victorian" ซึ่งเป็นการนำแนวเสื้อผ้าในยุค Victorian และ Edwardian กลับมาในรูปลักษณ์ของสีดำสนิท ค่อนข้างติดจะเรียบหรู แต่อาจมีแอบซ่อนความเซ็กซี่อีโรติกอยู่ด้วย  

เดรสสั้น-ยาว สีดำและผ้าลูกไม้ สำหรับสุภาพสตรี เสื้อ๕้ทสีดำเชิ็ตดำ-ขาว รองเท้าบู้ตยาวสีดำ เสื้อผ้าที่เน้นเรื่องราวเกียวกับแวมไพร์ แม่มด และพวกภูตผีของฮอลลีวู้ดและยุโรป จะเน้นเสื้อสไตล์นี้เป็นสำคัญ

 

 

  • Gothic Loita Style

แนวโกธิค โลลิต้าเป็นสไตล์แฟชั่นของวัยรุ่นญี่ปุ่น เป็นการผนวกรวมแนว Victorian เข้าเสื้อผ้า Lolita สำหรับเด็กผู้หญิงโดยเฉพาะจึงมันจะมีลักษณะเป็นเดรสสั้น ฟูฟ่อง แบบเดียวกับเสื้อผ้าของพวกตุ๊กตาฝรั่งเศส

ในการ์ตูนญี่ปุ่นทั่วไปมักพบแนวโกธิคสไตล์นี้มากกว่าสไตล์อื่นๆ ทำให้ในการแต่งชุดเลียนแบบตัวละครในการ์ตูน (Cosplay - Costume Play) จะมีไสตล์โกธิคโลลิต้าอยู่มากค่ะ

 

 

  • Gothic Punk Style

เป็นเสื้อผ้าแนวพังค์ที่มีเครื่องตกแต่งจำพวกโซ่ หมุด เข็มกลัด และ พวกรอยปะรอยขาด แต่เน้นเฉพาะสีดำกับแดง ของแนวโกธิค 

 

แนวพังค์เป็นอีกแนวที่เป็นที่นิยมในอเมริกาเช่นกัน นอกจากแนว Classic แล้วที่เรามักพบเจอในภาพยนต์ฮอลลีวู้ด แต่จะมีแนวพังค์รวมอยู่ด้วยโดยเฉพาะที่เป็นเครื่องแต่งกายชาย 

 

 

Gothic fashion in Thailand

สำหรับคนที่อยากจะเป็นแวมไพร์สไตล์กับเขาบ้าง ในประเทศไทยเราจะหาซื้อได้ที่ไหนกันบ้างล่ะ?

 

เนื่องจากเสื้อผ้าแนวนี้เป็นเสื้อผ้าที่ใส่เฉพาะกลุ่ม ทำให้ไม่ค่อยแพร่หลายในประเทศเราเท่าใดนัก ส่วนใหญ่จะมีเฉพาะกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่นิยมแต่ง Cosplay ตามงานต่างๆเท่านั้น ดังนั้นชุดเหล่านี้มักจะเป็นชุดที่สั่งตัดเฉพาะและมีราคาแพงหรือไม่ก็สั่งนำเข้าจากญี่ปุ่นและอเมริกาซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่้กว่า ซึ่งร้านที่รับตัดชุด Cosplay จะมีให้เห็นอยู่ในสยาม หลังโรงภายนต์ลิโ้ด้ ศูนย์การค้าเจ.เจ.มอลล์ ศูนย์การค้า แพลทตินัม ที่ประตูน้ำ 

 

แต่ก็ใช่ว่าไม่มีขายทั่วไปเอาซะเลย เพราะในปัจจุบันวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่แพร่หลายในประเทศเราทำให้มีคนนิยมแต่งกายในสไตล์นี้เพิ่มมากขึ้น

 

ตราสินค้าของคนไทยที่ผลิตเสื้อผ้าสไตล์นี้ได้แก่ ตรา Only Punky และ ตรา Hip-Hero ซึ่งมีร้านขายเฉพาะในชื่อเดียวกัน โดยร้าน Hip-Hero จะตั้งอยู่ที่ชั้น G ศูนย์การค้า ยูเนียนมอลล์ ที่ลาดพร้าว 

 

ขณะที่ ร้าน Only Punky จะอยู่ที่ชั้น 5 ศูนย์การค้า แพลทตินัม ที่ประตูน้ำ นอกจากนี้ ยังมีอยู่ในย่านเสื้อของตลาดนัดจตุจักรด้วย

 

ซึ่งเสื้อผ้าในตราสินค้าดังกล่าวจะมีสไตล์เป็นแนวโกธิคพังค์เสียเป็นส่วนใหญ่ และค่อนข้างที่จะมีราคาที่ย่อมเยากว่าการนำเข้า สนนราคาตกอยู่ในช่วง 300-700 บาทเท่านั้น ขณะที่การนำเข้าหรือสั่งตัดจะมีราคาอย่างต่ำ 1500 บาทขึ้นไปแทบทั้งนั้น

 

สำหรับสาวๆที่ไม่สะดวกเข้ากรุงมาซื้อ เสื้อภายใต้ตราสินค้านี้ จะมีขายอยู่ในเว็ปไซต์ www.aboutsock.com 

และสำหรับเสื้อผ้านำเข้าจะมีอยู่ที่ร้านนี้ www.wecosplay.com

 

 

Source แหล่งข้อมูลประกอบการเขียน

 

   ** หมายเหตุ กว่าจะเขียนบทความนี้จำเป็นต้องค้นคว้าข้อมูลและรูปภาพจำนวนมาก แต่เมื่อเขียนออกมาแล้วไม่อาจบรรจุข้อมูลทั้งหมดลงในบทความได้ ดังนั้น ผู้อ่านสามารถค้นคว้าเพิ่มเติมได้จากแหล่งข้อมูลที่ได้แสดงไว้ต่อไป** 

Recommend